
เมื่อดูหนังจบ ผมก็รู้สึกขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ยุยงส่งเสริมให้ได้ดูหนัง "สนุกๆ" อีกเรื่องหนึ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ครั้งนี้ ด้วยเรื่อง และแนวเรื่อง ที่ค่อนข้างใหม่สำหรับผม
แต่คงต้องมีเรื่องติงอยู่บ้างตรงเนื้อหาธรรมดาไปหน่อย ดูแล้วคิดถึงหนังประมาณไอ้หนุ่มพเนจรผู้สูญเสียครอบครัวให้อธรรม และได้ค้นพบเคร็ดวิชาโดยบังเอิญ จึงออกเดินทางต่อสู้เพื่อคุณธรรม อะไรประมาณนั้น
แต่หนังเรื่องนี้ก็มีประเด็นน่าสนใจถึง 2 ประเด็น นั่นคือ
ประเด็นที่หนึ่งของหนังเรื่องนี้ คือ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง "เวลา" กับ "ความมั่งคั่ง" ซึ่งทำให้ผมนึกถึงเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือชุด พ่อรวยสอนลูก เล่มที่ 4 พ่อรวยสอนลงทุน ที่ผมขออนุญาตสรุปความมาว่า "เงิน เป็นสิ่งที่มีค่าน้อย แต่ เวลา เป็นสิ่งที่มีค่ามาก" หนังเรื่องนี้ทำให้ทั้งทำให้ "เวลา คือ ความมั่งคั่ง"
ในความเป็นจริงเราทุกคนต่างทำงานหนักก็เพื่อจะได้มีเงินมากขึ้น และเมื่อมีเงินมากแล้ว ก็จะได้มีเวลามากขึ้นไม่ใช่หรือ? หนังเรื่องนี้กำลังเอาความจริงมาพูดเลยนะเนี่ย
และประเด็นที่น่าสนใจอีกอันหนึ่ง คือ "คนรวยก็รวยชิบหาย คนจนทำงานหนักอย่างควาย ก็ได้แค่มีชีวิตไปวันๆ" ในหนังเวลาถูกใช้เป็นทั้ง เวลาของชีวิต และ ใช้จ่ายเป็นค่าครองชีพ ซึ่งคนรวยก็รวยเอารวยเอาจนอยู่ได้เป็นอมตะ แต่คนจนก็ได้มีชีวิตแค่อยู่ไปวันๆ ซึ่งตรงกับกฏทางการเงินที่หนังสือพ่อรวยสอนลงทุนบอกไว้ว่า "เงินร้อยละ 90 ถูกครอบครองโดยคนร้อยละ 10"
ประเด็นนี้ชี้ไปถึง กฎการคัดสรรทางธรรมชาติของ ชาร์ล ดาวิน ที่ผู้แข็งแกร่งจะอยู่รอด และผู้อ่อนแอต้องจากไป เพราะโลกนี้ไม่ได้ใหญ่พอสำหรับทุกคน
ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้นำเสนอเรื่องจริงที่ทุกคนบนโลกกำลังเผชิญ เพียงแต่เราทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น...
10.48 น.
26 ก.พ.2555