หลายวันแล้วที่ห่างเหินจาก หนังสือ วิธีชนะใจมิตรและจูงใจคน ของ เดล คาร์เนกี (แปลโดย อาษา ขอจิตต์เมตต์) อาจด้วยเหตุจากการใช้เวลาดูหนังเสียมากก็เป็นได้ (ห้าห้าห้า) แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่หนังสือเล่มนี้ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง จนผมอดไม่ได้ที่จะนำเรื่องราวบางส่วนมาบอกต่อ
ตอนนี้ผมอ่านมาถึง บทที่ 2 ของ ตอนที่ 4 ชื่อบทว่า วิธีวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ทำให้ผู้อื่นเกลียด ถือเป็นบทที่สั้นที่สุดที่อ่านมาด้วยขนาด 2 หน้า แต่เนื้อหาทำให้ผมนึกหลายเรื่องมาก
"การวิพาษ์วิจารณ์" เป็นสิ่งธรรมดามากที่จะเกิดขึ้น ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ครูกับศิษย์ หรือแม้แต่เพื่อนกับเพื่อน บ่อยครั้งที่ไม่ก่อประโยชน์อันใด นอกจากการทะเลาะเบาะแว้ง และความหมองหมาง แม้คำวิจารณ์นั้นมาจากความหวังดีก็ตาม ซึ่งมันสอดคล้องอย่างยิ่งกับสิ่งที่ผมเคยสงสัยเมื่อสมัยเด็กๆ ว่า "ผู้ใหญ่ก็รู้ว่า ดุไปเด็กก็ไม่ฟัง แล้วจะดุไปทำไม" ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า จริงไม่ใช่เพียงเด็กๆหรอกที่ไม่ฟังผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เองถ้าหากมีใครมาวิจารณ์กล่าวโทษก็ไม่ฟัง หรืออาจเลวร้ายกว่าเด็ก ด้วยการแสดงความไม่พอใจ และโต้เถียงอย่างรุนแรง
หลายครั้งผมพบว่า สิ่งที่ผู้อื่นทำนั้นผิด และพยายามแสดงตนเป็นผู้พิพากษาชี้แจงความผิดให้ผู้นั้นรับทราบ ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่ผมได้กลับคืนมาก็คือ สีหน้าไม่พอใจ และการประชดประชัน โดยปราศจากการแก้ไขให้ถูกต้อง
ในบทนี้ของหนังสือได้ยกตัวอย่างถึงการกระทำของผู้เรืองนามสองสามท่าน ที่บอกกล่าวผู้อื่นด้วยเทคนิคที่ยอดเยี่ยมและเต็มไปด้วยไมตรี ผมจึงอยากหยิบยกตัวอย่างหนึ่งมาเสนอ นั้นคือ
การเตือนคนงานที่กำลังสูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบ ของ ชารลส์ ชะวอบ หากเป็นคนทั่วไป คงชี้นิ้วแล้วบอกว่า "อ่านป้ายห้ามสูบไม่ออกหรือไง" แต่เค้าไม่ได้ทำเช่นนั้นเลย เค้ากลับมอบซิการ์ให้คนงานเหล่านั้นคนละมวน แล้วบอกว่า "จะดีไม่น้อย ถ้าพวกคุณจะพากันไปสูบซิการ์นี้กันข้างนอก"
แน่นอนว่า คนงานเหล่านั้นต่างรู้ดีว่ากำลังทำผิดกฏ แต่ชารลส์ ชะวอบ ไม่ได้ว่ากล่าวสิ่งใด กลับแสดงให้คนงานทุกคนรู้สึกว่า "ตนเป็นคนสำคัญ" ทำให้คนงานต่างชื่นชมในตัวเขาเป็นอย่างมาก
ผมอยากให้มองตรงนี้ว่า ชารลส์ ชะวอบ เขาอยู่ในฐานะเจ้านาย มีสิทธิเต็มที่วิพากษ์วิจารณ์คนงานทุกคนภายใต้การบังคับบัญชา แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทำ ซึ่งนั้นให้ผลที่ดีเยี่ยมกว่าหลายเท่านัก
หากคุณเป็นเจ้านาย หากคุณเป็นครู หรือหากคุณเป็นเพื่อน ของคนคนหนึ่ง คุณสามารถวิพากษ์วิจารณ์คนคนนั้นได้อย่างเต็มที่ด้วยความปราถนาดีของคุณ แต่หากคุณต้องการให้ความปราถนาดีของคุณสัมฤทธิ์ผลแก่เขา จงหยุดการวิพากษ์วิจารณ์ของคุณเสีย แล้ว จงคิดให้รอบคอบถึงวิธีการที่เต็มเปี่ยมด้วยเทคนิคที่ยอดเยี่ยมและไมตรี โดยไม่ต้องออกแรงถกเถียงให้เจ็บช้ำน้ำใจกันและกัน...
12.59 น.
14 ก.พ.2555